วิ่งบนลู่ vs. วิ่งบนถนน แบบไหนดีกว่ากัน?

หากจะให้นักวิ่งเลือกระหว่างวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า กับการออกไปวิ่งข้างนอก หลายคนคงตัดสินใจไม่ถูก เพราะเวลาที่ได้วิ่งบนลู่ ก็สนุกไปกับการปรับความเร็วหรือความชัน อีกทั้งยังให้ความสะดวกเพราะไม่ว่าฝนตก แดดออกก็สามารถวิ่งได้ บางอารมณ์ก็อยากออกไปเจออากาศและแสงแดดอ่อน ๆ ข้างนอกบ้าน แน่นอนว่าไม่มีถูกไม่มีผิด แต่ก็มีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันออกไป

ออกไปวิ่งนอกบ้านดีอย่างไร?

สังเกตไหมว่าเวลาที่ออกไปวิ่งข้างนอก เราเหนื่อยง่ายกว่าการวิ่งบนลู่วิ่ง นั่นเป็นเพราะว่าเราต้องใช้กล้ามเนื้อขาเกาะพื้นถนนให้แน่นมากกว่าการเกาะลู่วิ่ง ออกมาวิ่งข้างนอกจึงได้ใช้กล้ามเนื้อขาเยอะกว่า

อีกสองเหตุผลจากงานวิจัยกล่าวว่า เวลาที่เราออกไปวิ่งข้างนอก เราจะมีสเต็ปการก้าวเท้าตามธรรมชาติ ไม่มีพารามิเตอร์บนลู่วิ่งมาเป็นตัวกำหนดให้เราก้าวขาสั้นลง และการออกไปวิ่งข้างนอกนี่แหละจะทำให้เราได้บริหารกล้ามเนื้อเยอะกว่าการวิ่งอยู่แค่บนลู่ เพราะลู่วิ่งจะสร้างลักษณะการวิ่งของเราให้เป็นแพทเทิร์น ทีนี้หากเราวิ่งบนลู่อยู่บ่อย ๆ วันดีคืนดีออกไปวิ่งข้างนอก กล้ามเนื้อบางส่วนที่ไม่เคยได้เคลื่อนไหวหนัก ๆ เลย อาจจะเกิดการบาดเจ็บตามมาได้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Missouri กล่าวว่า ลู่วิ่งถูกออกแบบมาให้รองรับการกระแทกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไม่ได้บริหารข้อต่อต่าง ๆ ของกระดูก ได้ดีเท่ากับการออกไปวิ่งบนพื้นยางมะตอย หรือพื้นคอนกรีต แต่ก็มีสาเหตุว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงชอบวิ่งบนลู่มากกว่า นั่นเป็นเพราะว่าการวิ่งข้างนอกอาศัยกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง นักวิ่งก็ต้องทำการบ้านให้พร้อม เทรนร่างกายของตนเองให้ทนแรงกระแทกจากพื้นให้เบื้องต้นได้ก่อน

ออกไปวิ่งนอกบ้านตอนไหนดี?

สำหรับนักวิ่งที่เทรนตัวเองเพื่อลงวิ่งแข่ง สภาพอากาศย่อมไม่สามารถเบนเข็มชัยชนะได้ ยิ่งวิ่งต้านลมก็ยิ่งทำให้เราอึดมากขึ้นเท่านั้น และแม้ว่าบนลู่วิ่งจะสามารถปรับความชันได้ แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกระหว่างการวิ่งบนพื้นถนนกับการวิ่งเทรลจริง ๆ แถมการที่เราพาตัวเองไปวิ่งเทรลตามสถานที่ธรรมชาติ

ยังช่วยทำให้ร่างกายปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของงานวิ่งแต่ละที่อีกด้วยนะ สำหรับนักวิ่งที่ไม่เน้นลงแข่ง การออกไปวิ่งข้างนอกก็พลอยให้ผิวหนังได้รับแสงแดด และได้ไปสูดอากาศสดชื่น งานวิจัยก็ช่วยเสริมอีกด้วยว่า การที่วิ่งข้างนอกจะทำให้เราแอคทีฟมากขึ้น มีภาวะความเครียดหรือความกดดัน อารมณ์แปรปรวนน้อยกว่าคนที่วิ่งแค่บนลู่

วิ่งบนลู่ ดีอย่างไร?

แต่การออกไปวิ่งข้างนอกบ้านก็ไม่ได้ดีเสมอไป ทั้งเรื่องของสภาพอากาศและความปลอดภัย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีลู่วิ่ง เราสามารถควบคุมความเร็ว ความชัน การวิ่งเร็วสลับช้า (Interval) หรือวิ่งฟื้นฟูร่างกาย (Easy run) ใครที่ชินกับการมีตัวเลขวัดสมรรถภาพในการวิ่ง กำหนดเพดานสำหรับ PB ของตัวเองอยู่เสมอ ควบคุมปัจจัยการวิ่งให้นิ่ง ก็ย่อมวิ่งบนลู่ง่ายกว่า

นอกจากนั้นการวิ่งบนลู่ยังช่วยกระตุ้นให้เราวิ่งเทมโป (Tempo) หรือการวิ่งด้วยการกำหนดโซนอัตราการเต้นของตัวใจที่ปลายโซน 3 – โซน 4 ได้อยากสนุกมากขึ้น เห็นการทำงานของร่างกายอย่างชัดเจนจากลู่วิ่ง ไม่ต้องคอยยกนาฬิกาออกกำลังขึ้นมาดู หากเราออกไปเทรนข้างนอก

ในขณะที่เราได้บริหารข้อต่อมากกว่าเวลาที่ออกไปวิ่งข้างนอก การวิ่งอยู่บนลู่ก็เป็นการถนอมข้อต่อกระดูกต่าง ๆ ให้ไม่เสื่อมอย่างหนึ่ง เพราะบนลู่วิ่งเป็นพื้นที่ผิวที่ลดแรงกระแทกได้มากกว่าหิน พื้นคอนกรีต หรือพื้นยางมะตอยอยู่แล้ว

วิ่งบนลู่ตอนไหนดี?

ตอนที่เราต้องการล็อคตัวเลขว่าเราจะวิ่งให้ได้ความเร็วเท่าไร ไกลมากน้อยแค่ไหน ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย ฝนตกก็ไม่เป็นไร พื้นไม่ลื่น หากเราออกไปวิ่งตอนค่ำ ๆ แล้ววิ่งอยู่ในจุดที่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์มองไม่เห็น ก็อาจจะเกิดการบาดเจ็บตามมาได้ สำหรับลู่วิ่งเองก็เป็นพื้นที่ให้นักวิ่งที่เคยประสบอุบัติเหตุจากการวิ่งแล้วอยากกลับมาวิ่ง ได้เทรนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนลงสนามจริงได้เหมือนกันนะ หรือสำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่อยากลองวิ่ง ก็สามารถเริ่มกำหนดความเร็วที่ไม่มาก แล้วค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้าตัวเองบนลู่วิ่ง ก่อนออกไปวิ่งบนถนนได้เช่นกัน

บทสรุป: หากอยากทำคาร์ดิโอ ลู่วิ่งเป็นทางเลือกที่ดี หากซ้อมสำหรับลงแข่งขัน การออกไปวิ่งข้างนอกจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตามเราต้องตามหาว่าการวิ่งแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพอากาศ และปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นต้องเลือกการวิ่งที่เหมาะที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น และขอให้สนุกกับการวิ่งนะ