13 เคล็ดลับที่คุณต้องรู้ก่อนเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใจ

การตามหารองเท้าวิ่งที่เข้ากับสรีระเท้าเราสักคู่แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะรายละเอียดของรองเท้าวิ่งคู่นั้นมีให้เราตามเก็บเยอะมาก การจะตามหาคู่ที่ใช่แปลว่าจะต้องเหมาะกับเรามากที่สุด ตั้งแต่นิ้วหัวแม่เท้าไปจนถึงส้นเท้า และรองเท้าวิ่งจะต้องเข้ากับเท้าเราได้ดีจริง ๆ เมื่อผ่านการวิ่งไปสักระยะ

supersports.co.th เลยจะพามาส่ององค์ประกอบของรองเท้าวิ่งให้ชัดเจนมากขึ้น ว่าแต่ละชิ้นส่วนหน้าตาเป็นอย่างไร ต้องตามหาลักษณะไหนที่เข้ากับรูปเท้าและการวิ่งของเรานะ ลองศึกษาทำความเข้าใจสักเล็กน้อย รับรองว่าผลตอบแทนดีงามอย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้รองเท้าวิ่งที่เหมาะแก่คุณและเป็นเพื่อนคู่ใจไปอีกหลายร้อยกิโลเมตรเลย

องค์ประกอบของรองเท้าวิ่ง แบบเบสิค

1. อัปเปอร์หรือหน้าผ้า บนรองเท้าวิ่ง

เริ่มแรกเลย เราต้องเข้าใจก่อนว่าพื้นที่แต่ละส่วนบนรองเท้าวิ่งมีไว้เพื่อจุดประสงค์อะไร? แต่ละชิ้นส่วน แต่ละยี่ห้อ แต่ละแบรนด์ก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป และความแตกต่างนี้เองที่จะทำให้ความรู้สึกเวลาวิ่งของเรา แตกต่างกันออกไปเลย


หมายถึง วัสดุที่หุ้มหลังเท้าเราอยู่ทั้งชิ้นเลย ที่ไม่ใช่พื้นรองเท้า สมัยแรกๆ หน้าผ้ารองเท้าวิ่งจะทำมาจากผ้าเมชเย็บติดกันบ้าง ใช้กาวมาเป็นตัวช่วยในการผสานวัสดุเข้าด้วยกันให้เป็นชั้นๆ บ้าง สมัยนี้แบรนด์รองเท้าวิ่งต่างก็มากันเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยให้การผลิต นอกจากการถักเย็บแบบละเอียด ก็อาศัย 3D printing ว่ากันง่ายๆ ก็คือการขึ้นรูปวัสดุให้เป็นแบบ 3 มิติ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์


ต้องดูอะไรบ้าง ที่อัปเปอร์ หรือหน้าผ้ารองเท้า?

ตามหาอัปเปอร์ที่ขึ้นรูปทรงเดียวกับสรีระเท้าของเราเอง ลองใส่ไปแล้วรู้สึกว่ามันสมูธ รองเท้าไม่ได้ให้สัมผัสที่คับหรือฝืดเคืองตรงบริเวณใด บริเวณหนึ่ง


2. บริเวณหุ้มข้อเท้า ของรองเท้าวิ่ง


เป็นชิ้นส่วนที่หุ้มข้อเท้าและเอ็นร้อยหวายของเรา บางยี่ห้อก็เสริมวัสดุตรงนี้ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้เราใส่รองเท้าและถอดอรองเท้าง่ายขึ้น มีวัสดุผ้ามาช่วยดึงรองเท้าอีกแรง บางยี่ห้อก็อาศัยการขึ้นรูปหน้าผ้ามาให้มันฟิตพอดีกับข้อเท้าของเราเลย


ต้องดูอะไรบ้าง ที่บริเวณหุ้มข้อเท้าตรงนี้?

ลองสังเกตเวลาที่เราใส่รองเท้าวิ่ง วัสดุล็อคข้อเท้าเราดีหรือไม่ ลื่นไหม ถ้าหากยี่ห้อไหนใส่วัสดุแข็ง ๆ เพิ่มเข้ามา
วัสดุนั้นสร้างความระคายเคือง หรือบีบข้อเท้าด้านข้าง และเอ็นร้อยหวายของเราขณะวิ่งหรือเปล่า


3. ส้นรองเท้า ของรองเท้าวิ่ง


เป็นชิ้นที่ส่วนโค้งมน แข็งเล็กน้อย หุ้มส้นเท้าเราอยู่ บางยี่ห้อเสริมส้นเท้าที่ผิวรองเท้าด้านนอกอีกชั้น เพื่อให้การซัพพอร์ทได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่บางยี่ห้อก็อาจจะลดความหนาบริเวณส้นเท้าให้น้อยลง เพื่อเพิ่มอิสระทางการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามงานวิจัยกล่าวว่าส้นรองเท้าไม่ได้ช่วยดูดซับแรงกระแทก แต่จะบังคับให้เราลงน้ำหนักไปที่จุดศูนย์กลางของส้นรองเท้า


ต้องดูอะไรบ้าง ที่ส้นรองเท้า?

ส้นรองรองเท้าที่เอื้อให้เราเคลื่อนไหวข้อเท้าได้อย่างเป็นอิสระ


4. พื้นที่บริเวณเชือกรองเท้า บนรองเท้าวิ่ง


ชิ้นส่วนที่จะยึดรองเท้า เข้ากับหลังเท้าของเรา ไม่ให้เคลื่อนที่ขณะวิ่ง ชิ้นส่วนตรงนี้จะทำงานร่วมกับเชือกรองเท้าและรูร้อยเชือกรองเท้า ดีไซน์เนอร์ของแต่ละแบรนด์ก็พัฒนาหาวัสดุ และระบบการร้อยเชือกรองเท้าที่ดีขึ้นเรื่อยๆ หากเราผูกเชือกรองเท้าแน่นก็จริง แต่พื้นที่บริเวณเชือกรองเท้าไม่ได้ล็อคเท้าเราแน่น เท้าจะเคลื่อนภายในรองเท้าขณะวิ่ง จนพองและเป็นแผลได้


ต้องดูอะไรบ้าง ตรงพื้นที่บริเวณเชือกรองเท้า?

ลองใส่รองเท้าวิ่งดูแล้ว พื้นที่บริเวณเชือกรองเท้าให้ความรู้สึกพอดี ไม่หลวม ไม่ลื่น และไม่คับเกินไป เผื่อพื้นที่ให้ส่วนโค้งของหลังเท้าเราพอดี


5. พื้นที่นิ้วเท้า ด้านในรองเท้าวิ่ง


พื้นที่หน้าผ้ารองเท้า เชือกรองเท้า ไล่ไปจนถึงพื้นที่ที่หุ้มนิ้วเท้า แต่ละยี่ห้อจะเสริมอัปเปอร์ให้หนาขึ้น หรือเสริมวัสดุอีกชั้น บริเวณโค้งนิ้วเท้า เพื่อป้องกันนิ้วเท้ากระแทกกับก้อนหินระกว่างทางวิ่ง ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าวิ่งเทรลแล้ว เราจะสังเหตเห็นพื้นที่หุ้มนิ้วเท้า ป้องกันการกระแทกอย่างชัดเจน


ต้องดูอะไรบ้าง ตรงพื้นที่นิ้วเท้า ด้านในรองเท้าวิ่ง?

เมื่อเราลองใส่รองเท้าวิ่งแล้ว นิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วของเราฟิตพอดีกับพื้นที่ด้านในรองเท้าวิ่ง ทั้งแนวยาวและแนวกว้าง
ลองวิ่งแล้วไม่กระแทกนิ้วหัวแม่เท้า หรือนิ้วก้อยเราไม่เสียดสีกับผิวของรองเท้า


6. พื้นด้านนอกของรองเท้าวิ่ง

New Balance FuelCell Speedrift

Nike ZoomX Invincible Run Flyknit

พื้นรองเท้าชั้นล่างสุดเลยจะเป็นชิ้นส่วนที่กระแทกกับพื้นถนน ยางจะต้องมีอายุการใช้งานสอดคล้องกับอายุของรองเท้าวิ่ง วิ่งไปได้สัก 400 กิโลเมตรแล้วยางจะต้องไม่สึกกร่อนไปเสียก่อน ชิ้นส่วนตรงนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นเวลาที่เราทิ้งน้ำหนักตัวลงกับพื้น


ต้องดูอะไรบ้าง ตรงพื้นที่ยางของรองเท้าวิ่ง?

วัสดุที่ช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน ให้เรายึดเกาะพื้นถนนได้อย่างมั่นคง โดยยางจะต้องไม่เพิ่มน้ำหนักให้รองเท้าวิ่ง
หรือไม่แข็งเกินไปจนเรางอเท้าไม่ได้ ถ้าหายางที่รับกับสรีระเท้าของเราด้วยจะดีมากเลย เพราะช่วยให้เท้าเราลงน้ำหนักอย่างมั่นคง


7. พื้นรองเท้าส่วนหัวของรองเท้าวิ่ง


รองเท้าวิ่งส่วนมาก จะตัดพื้นโฟมออกและเสริมพื้นยางบริเวณอุ้งเท้าขึ้นมาอีกชั้น เพื่อให้รองเท้ารับกับรอบการก้าวเท้าของเราได้เป็นอย่างดี ยางตรงนี้จะต้องยืดหยุ่นให้เราสปริงอุ้งเท้า และนิ้วเท้าได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วที่เราทำได้อีกด้วย


ต้องดูอะไรบ้าง ที่พื้นรองเท้าส่วนหัวของรองเท้าวิ่ง?

พื้นยางรองเท้าที่งอนขึ้น เพิ่มองศาให้เรากลิ้งเท้า ดีดตัวเองไปข้างหน้าได้อย่างสะดวก


8. พื้นรองเท้าชั้นกลาง


พื้นโฟมระหว่างอัปเปอร์และพื้นยางชั้นล่าง ดีไซน์มาเพื่อลงน้ำหนักเวลาวิ่งได้อย่างนิ่มนวล ลดแรงกระแทก พร้อมทั้งช่วยส่งตัวไปด้านหน้าตามรอบขา


ต้องดูอะไรบ้าง ที่พื้นรองเท้าชั้นกลาง?

ชั้นวัสดุที่ค่อนข้างหนา ไม่ต้องนิ่มเกินไป หรือว่าเฟิร์มจนเกินไป และต้องไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับรองเท้าวิ่งด้วย


9. ชิ้นส่วนเสริมส้นรองเท้า


โดยปกติแล้วพื้นรองเท้าชั้นกลางอย่างเดียวก็รองรับแรงกระแทกได้ดีพอสมควร นอกเหนือไปจากนั้น บางยี่ห้อก็อาจจะเพิ่มแผ่นรองรับแรงกระแทกเข้ามาที่บริเวณส้นเท้า ให้เราลงน้ำหนักได้นิ่มกว่าเดิม มีชิ้นส่วนนี้เพิ่มมาเพื่อความสบายล้วน ๆ เลย


ต้องดูอะไรบ้าง ที่ชิ้นส่วนเสริมส้นรองเท้า?

ถ้ามีเพิ่มเข้ามาแล้วเราก็ควรจะได้รับความรู้สึกที่ยกเท้า สปริงตัว และลงน้ำหนักเท้า ได้นุ่มนวลกว่าเดิม
ไม่บล็อคการสปริงตัวของเราให้ยากกว่าเดิม หรือลงน้ำหนักที่ส้นเท้าแล้วพื้นยวบเกินไป


10. วัสดุที่อุ้งเท้า


พื้นรองเท้าชั้นกลางถูกออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกตั้งแต่การดีดตัวไปจนถึงการลงน้ำหนัก พื้นรองเท้าที่เสริมวัสดุที่อุ้งเท้า จะช่วยให้เราไม่เจ็บอุ้งเท้าหลังจากการวิ่งนาน ๆ นั่นแปลว่า “Energy-return” ที่หลายๆ ค่ายให้มา เป็นข้อดีที่จะช่วยลดแรงกระแทก และส่งตัวเราไปข้างหน้า


ต้องดูอะไรบ้าง ที่วัสดุบริเวณอุ้งเท้า?

จับตาดูการตอบสนองของวัสดุที่แต่ละยี่ห้อเลือกใช้เท่านั้นเลย วิ่งไปเรื่อย ๆ หรือเวลาที่ดีดตัวไปข้างหน้า ว่าเรารู้สึกสบายและไม่มีอาการบาดเจ็บ


11. ความสูงของพื้นรองเท้า ที่ส้นเท้าและหน้าเท้า


ขณะที่เรายืนอยู่บนรองเท้าวิ่ง ความสูงจากพื้น บริเวณส้นเท้า และหน้าเท้า ย่อมมีความแตกต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วยว่าความสูงตรงนี้ มีส่วนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บหลังจากการวิ่ง แต่ยืนยันว่าถ้าหากมีความสูงต่ำที่ไม่เท่ากัน หรือเปลี่ยนรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ แล้วดรอปต่างไปจากเดิม จะทำให้การลงน้ำหนักเท้าของเรา และลักษณะการวิ่ง เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย


ต้องดูอะไรบ้าง ที่ความสูงส้นเท้าและหน้าเท้า?

เวลาที่ก้าวเท้าวิ่งแล้ว รองเท้าไปกับเท้าเราได้ดี กระจายน้ำหนักลงทั่วทั้งพื้นรองเท้า ลงน้ำหนักแล้วไม่รู้สึกว่าส้นเท้า หรือหน้าเท้า ต้องดีดตัวเยอะกว่าปกติ


12. วัสดุเพิ่มความมั่นคง


ดีไซน์เนอร์หาเทคโนโลยีมาเพิ่มความแข็งแรงให้รองเท้าวิ่ง พยายามรักษาความสมดุลของรองเท้า สำหรับคนที่มีสรีระเท้าล้มโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญก็ช่วยยืนยันอีกเสียงว่า ไม่ใช่นักวิ่งทุกคนต้องมีรองเท้าวิ่งที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนเหล่านี้ อาศัยแค่ว่าเราควบคุมการลงน้ำหนักเท้าได้อย่างมั่นคง ไม่เทซ้ายหรือเทขวา


ต้องดูอะไรบ้าง วัสดุที่เพิ่มความมั่งคงนี้?

ความรู้สึกของการลงน้ำหนักที่เท้าเท่านั้นเลย ไม่ต้องไปสนใจชื่อเทคโนโลยีมาก
เราใส่วิ่งแล้วรองเท้าซัพพอร์ทน้ำหนักตัวของเรา ลงน้ำหนักเท้าไม่เอนซ้ายหรือเอนขวา


13. แผ่นรองด้านในรองเท้าวิ่ง


เป็นแผ่นโฟมที่ถอดเข้าถอดออกได้ มีไว้เพื่อซัพพอร์ทอุ้งเท้าของเราเวลาที่ลงน้ำหนักโดยเฉพาะ เพราะด่านแรกที่ต้องเจอ ก็คือพื้นรองเท้าด้านในนั่นเอง


ต้องดูอะไรบ้าง แผ่นรองด้านในรองเท้าวิ่ง?

ไม่ต้องคิดมากเลย สังเกตความรู้สึกตัวเองขณะวิ่ง โดยส่วนนี้มีความสำคัญมากในการซัพพอร์ทอุ้งเท้า
ซึ่งหลายสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงก็คือ การนุ่มกว่า ไม่ได้แปลว่าดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วก็ควรต้องลองใส่เพื่อให้รู้ว่าเราชอบและรู้สึกสบายกับแผ่นรองแบบนั้น ๆ หรือไม่