7 วิธีวิ่งบนลู่ ให้ปลอดภัย ไร้การบาดเจ็บ

แน่นอนว่านักวิ่งหลายคน ต้องมีช่วงที่เจ็บตัวจากการวิ่งออกกำลังกายบน ลู่วิ่ง กันมาบ้าง ช่วงที่เพิ่งเข้าฟิตเนสใหม่ ๆ หรือช่วงที่ใจลอย เผลอตกลู่วิ่งก็มี ใครจะไปคิดว่าตั้งใจจะไปวิ่งที่ยิม อยู่ดี ๆ ไปจบที่ห้องพยาบาลเสียอย่างนั้น! นักวิ่งอย่างชาวเราไม่ควรมีจุดจบแบบนี้ มาดูทริคการวิ่ง 7 วิธี ที่ช่วยให้เราวิ่งบนลู่ได้อย่างปลอดภัย ไร้อาการบาดเจ็บกันได้เลย

1. จำกัดสิ่งเร้า ไม่ทำให้เราเสียสมาธิ

จัดแจงเติมน้ำดื่มให้เรียบร้อย เลือกเพลย์ลิสต์ดี ๆ เพื่อเตรียมพร้อมเปิดขณะวิ่ง เช็คเชือกรองเท้าว่าเราผูกแน่นหรือไม่ เมื่อเริ่มวิ่งแล้วจะติดสปีดให้แก่ตัวเอง พยายามควบคุมตัวเองให้มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่วอกแวกไปดูทีวี โทรศัพท์ หรือแอบมองคนข้าง ๆ ขณะออกกำลังกายเราไม่ควรจะทำหลาย ๆ สิ่งไปพร้อม ๆ กัน อย่างเพิ่งสนใจงาน เช็คอีเมล ทักหาลูกค้า หรือคุยโทรศัพท์ก็ตาม ต้องเบรกกิจกรรมเหล่านี้ไว้ก่อน และโฟกัสกับการวิ่งอย่างเต็มที่

2. พาเด็กออกห่างจากลู่วิ่ง

ข้อนี้ไม่ใช่แค่นักวิ่ง ที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่เด็กเล็กที่คลานไปมา อาจจะได้รับการบาดเจ็บไปด้วยเพราะความไร้เดียงสา หากบ้านไหนมีลู่วิ่งเป็นของตนเองที่บ้าน ควรวางไว้ในที่ที่มีประตูล็อค ไม่ควรปล่อยให้เด็กเข้ามาเล่นโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล

3. เริ่มวิ่งด้วยระดับความเร็วที่ตัวเองรับได้

เราควรจะอยู่ในท่าที่พร้อมวิ่ง ก่อนที่เราจะกดปุ่ม “Start” สังเกตปุ่ม “Stop” บนลู่วิ่งว่าอยู่ตรงไหน หากเกิดอะไรเราจะได้กดทัน พยายามทำความคุ้ยเคยกับการทำงานของ ลู่วิ่ง ที่เราใช้ก่อน อย่าเพิ่งเริ่มวิ่งออกกำลังกายทันที โดยเฉพาะสาย tempo หรือ Fartlek วอร์มร่างกายด้วยระดับสายพานช้า ๆ ก่อนที่จะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วทีหลัง

4. ปุ่มเซฟตี้ บนลู่วิ่งก็ใช้ได้เหมือนกันนะ

ร่างกายของเราจะปรับตัวตามไม่ทัน หากวิ่งด้วยความเร็ว แล้วดันเหยียบเชือกรองเท้า อาจจะสะดุดล้มแล้วไหลลงมาอยู่ข้างลู่วิ่งได้ คีย์ลัดคือการดึงกุญแจที่เสียบอยู่ที่แป้นลู่วิ่ง ลู่วิ่งจะหยุดทำงานทันที ไม่ต้องปรับด้วยตนเอง

5. เช็คพื้นที่โดยรอบ

การเลือกโลเคชั่นสำหรับตั้งลู่วิ่ง ควรเผื่อพื้นที่ด้านหลังซัก 1-2 วา ป้องกันการตกลงมาจากลู่วิ่งแล้วกระแทกกับผนัง หากบ้านไหนจะเสริมเบาะนุ่มที่รอบข้าง หรือด้านหลังนักวิ่ง ก็จะยิ่งช่วยลดการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

6. รักษาระดับความเร็วให้คงที่

อีกหนึ่งวิธีที่ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ คือการปรับความเร็วให้นิ่งที่ระดับใดระดับหนึ่ง ยิ่งสปริ้นท์เยอะก็ยิ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ทั้งจากลู่วิ่งเอง และปัญหาข้อเข่า อย่างไรก็ดี ถ้าเราไม่วิ่งเกินความสามารถของตนเองมากเสียจนร่างกายเอื้อมไม่ถึง ย่อมลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บแน่นอน

7. ศึกษาวิธีการใช้งาน

หากคุณมีลู่วิ่งที่บ้าน ให้อ่านคู่มือก่อนการใช้งาน ดูวิธีการใช้งาน ทำความสะอาดดูแลรักษา ระบบไฟฟ้า และคำเตือนต่าง ๆ หากคุณไปวิ่งที่ฟิตเนสแล้วไม่มั่นใจว่าเครื่องที่จะขึ้นไปวิ่งต้องกดตรงไหน ใช้งานอย่างไร อย่าลังเลที่จะเดินไปถามคนดูแล หรือนักวิ่งใกล้ ๆ ไม่รู้ไม่ผิด หากมีโอกาสแล้วไม่เรียนรู้ เดี๋ยวจะมีอุบัติเหตุทำให้เจ็บตัวตามมานะ