4 จุดอัปเกรดที่ทำให้ Nike Air Zoom Pegasus 38 ดีกว่าเดิม

“Pegasus” สัตว์ในเทพปกรณัมกรีก ที่ Nike หยิบมาตั้งชื่อซีรีส์รองเท้าวิ่งในเชิงสัญลักษณ์ว่าด้วยความเร็ว ปี 2021 นี้นับว่าเป็นเวลา 38 ปีพอดี ที่ Nike ร่วมกับเหล่าพระกาฬแห่งวงการวิ่งหลายคน ไม่เพียงแค่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เป็นนักวิ่งที่มีชื่อเสียงทั่วโลก พัฒนารองเท้าวิ่งซีรี่ส์ “Nike Pegasus” นี้ออกมา ประกอบไปด้วยหลากหลายโมเดลที่รองรับการวิ่งแบบพื้นถนน และการวิ่งเทรล โจทย์ของรองเท้าวิ่งซีรีส์นี่ก็คือ ต้องเป็นรองเท้าที่เข้าได้กับทั้งนักวิ่งมือใหม่และนักวิ่งมืออาชีพ และจะต้องลดโอกาสการเกิดอาการบาดเจ็บระหว่างการวิ่งอันมีสาเหตุมาจากรองเท้าด้วย แต่โจทย์ที่นับว่าสำคัญที่สุดก็คือ นักวิ่งจะต้องวิ่งได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น

Air Zoom คืออะไรและมาจากไหนกัน?

Air Zoom คือนวัตกรรมระบบลดแรงกระแทก ที่ดีไซน์มาเพื่อความเร็วและความคล่องตัว โดยเทคโนโลยีนี้ใช้ส่วนอัดอากาศและเส้นใยที่ยืดจนตึงเพื่อดูดซับแรงกระแทก พร้อมดีดตัวกลับเพื่อการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพื่อลดอาการตึงกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นเอ็น

รวมเทคโนโลยีใน Nike Air Zoom Pegasus 38

แน่นอนว่าต้องมี Air Zoom ที่ช่วยในเรื่องของการตอบสนองอย่างแน่นอน อีก 4 เทคโนโลยีคือ โฟม React ที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน และสปริงตัวได้ดีและดูซับแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม การปรับ Performance Tuned ให้ตรงจุดการลงน้ำหนักเท้า ทั้งสรีระเท้าของผู้ชายและของผู้หญิง Engineered Mesh อัปเปอร์ที่อัปเกรดมาให้นุ่มและวิ่งสบายกว่าเดิม และ Dynamic Fit ทรงรองเท้าที่ล็อคกระชับ นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่โหลดแบบจัดเต็มแล้ว ขาวิ่งสายรักษ์โลกต้องประทับใจอย่างแน่นอน เพราะองค์ประกอบรองเท้า “Nike Air Zoom Pegasus 38” ส่วนใหญ่ Nike เลือกใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นหลักเพื่อใช้ในการผลิตเชือกรองเท้า ผ้าที่พิมพ์โลโก้ Swoosh แผ่นรองรองเท้าด้านใน ผ้าซับในของลิ้นรองเท้า ผ้าซับในของส่วนที่หุ้มข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย และผ้าตาข่ายซึ่งเป็นวัสุหลักบริเวณอัปเปอร์

สรุปแล้วรวม 4 จุดอัปเกรดที่ทำให้ Nike Air Zoom Pegasus 38 นี้ดีกว่าคู่ก่อน ๆ คือ

จุดแรก: Nike ใส่ระบบล็อคกระชับบนหลังเท้าใหม่ เพิ่มผ้าที่เชื่อมอัปเปอร์กับเชือกรองเท้า นักวิ่งปรับความกระชับได้เองตามความต้องการ

จุดที่สอง: เพิ่มผ้าตาข่ายอีกชั้น ให้สัมผัสนุ่มและระบายอากาศได้ดีกว่าเดิม

จุดที่สาม: เพิ่มพื้นที่ Toe Box สำหรับนิ้วเท้าด้านในให้กว้างกว่าเดิม เพื่อการสวมใส่ที่สบายยิ่งขึ้น

จุดที่สี่: บุโฟมอีกชั้นบริเวณลิ้นรองเท้า แม้จะผูกเชือกรองเท้าแน่น และวิ่งด้วยความเร็ว ก็ไม่เจ็บหลังเท้าอย่างแน่นอน

ถึงแม้ Nike จะเติมสิ่งใหม่ๆ เข้ามา แต่วามดีงามจากรุ่นเก่าก็ยังไม่หายไปไหน เพราะทั้งพื้นโฟม React ยังมีอยู่เต็มผืน รองรับการกระแทกและตอบสนองต่อแรงได้เป็นอย่างดี และเทคโนโลยี Zoom Air อันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ก็ยังคงมอบประสบการณ์การวิ่งที่ยอดเยี่ยมให้กับนักวิ่งทุกระดับเหมือนเช่นเคย ดังนั้นคงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง หากจะบอกว่า Nike Air Zoom Pegasus 38 เป็นการผสมผสานข้อดีต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นรองเท้าวิ่งที่ครบเครื่องที่สุดคู่หนึ่งเมื่อเทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์