4 ของต้องมีสำหรับเหล่านักปั่น

บทความนี้ Supersports ขอพาไปรู้จักกับกิจกรรมการออกกำลังกายที่น่าสนใจมากกิจกรรมนึงเลย นั่นก็คือ “การปั่นจักรยาน” เป็นกิจกรรมที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ทั้งบ้าน ตั้งแต่คุณพ่อ คุณแม่ หรือหากบ้านไหนมีเด็กเล็ก ก็สามารถพาไปปั่นด้วยได้ โดยอาจเริ่มจากการปั่นในหมู่บ้าน หรือถ้าอยากไปที่สนามข้างนอกก็สามารถทำได้ ปลอดภัย ไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์มากวนใจ เป็นสนามปั่นโดยเฉพาะที่ “สนามปั่นเจริญสุขมงคลจิต” ซึ่งหากใครไม่มีจักรยาน ทางสนามก็มีให้เช่า แบ่งเลนปั่นจักรยานได้อย่างชัดเจนว่าเลนไหนเป็นเลนปั่นสำหรับมือใหม่ เลนไหนเป็นเลนปั่นสำหรับนักปั่นมืออาชีพ

“Safety comes first.” ประโยคเด็ด ประโยคดังที่เราได้ยินตั้งแต่เด็กจนโต เวลาออกไปเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมทุกวันนี้ โค้ชก็ยังพูดว่าให้ใส่สนับแขน สนับขาเพื่อความปลอดภัยกันอยู่เสมอ บทความนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะพามารู้จักอุปกรณ์แสนจำเป็นที่นักปั่นทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพต้องมี

1. นักปั่นต้องมี ชุดปั่นจักรยาน

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมต้องมีชุดปั่นจักรยาน เราใส่เพียงแค่เสื้อหรือกางเกงยืด ๆ ไปปั่นได้ไหม? คำตอบก็คือได้ แต่การปั่นจักรยาน เป็นกีฬาลู่ลม ต้องต่อสู้กับแรงต้านของอากาศ ถ้าเราปรับร่างกายของเราให้ลดแรงต้านของอากาศได้เยอะมากเท่าไร ก็แปลว่าเราจะยิ่งปั่นได้เร็วขึ้นมากเท่านั้น

● กางเกงปั่นจักรยาน

หากเราใส่กางเกงออกกำลังกายไปปั่น แน่นอนว่าสรีระของเราจะสัมผัสกับเบาะโดยตรงและเกิดการกระแทก กางเกงสำหรับปั่นจักรยานโดยเฉพาะจะมีฟองน้ำบุนุ่ม แก้ปัญหากันกระแทกได้ดีมาก อดอาการบาดเจ็บ ช่วยให้เราปั่นได้นานขึ้นและไกลขึ้น นอกจากการเกงขาสั้นหรือขายาว ยังมี BIB หรือชุดปั่นแบบที่เป็นเอี๊ยมอีกด้วย

● เสื้อปั่นจักรยาน

สิ่งที่เราต้องดูคือ เสื้อปั่นจักรยานจะมีกระเป๋าหลัง 3 ช่อง เอาไว้ใส่สัมภาระ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ กุญแจรถ หรืออะไหล่จักรยาน ถ้าอยากลู่ลมมาก ๆ ใส่แขนยาวจะช่วยได้มาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความร้อน สำหรับใครที่อยากปั่นแบบทำความเร็วในการแข่งขัน เช่นการปั่นแบบ Time Trial ซึ่งปั่นจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงเส้นชัย โดยทำเวลาให้น้อยที่สุด ชุดปั่นแบบสกินสูทตอบโจทย์เป็นอย่างมาก

● ถุงมือปั่นจักรยาน

ถุงมือจะช่วยให้เราจับแฮนด์จักรยานได้สบายขึ้น ขี่ไปนาน ๆ จะลดอาการชาหรือเมื่อย หากเกิดอุบัติเหตุ เวลาที่เราล้ม ขณะที่เอามือยันพื้น ก็จะช่วยลดอาการถลอกหรือช้ำ หรือเวลาที่ยางรั่ว เราก็สามารถใช้ถุงมือลูบที่ล้อ หาเศษตะปูได้

2. นักปั่นต้องมี รองเท้าปั่นจักรยาน

รองเท้าปั่นจักรยานจะมีพื้นรองเท้าที่แข็งแรงกว่ารองเท้าวิ่งเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเวลาที่เราใส่รองเท้าวิ่งไปปั่น พื้นรองเท้าวิ่งจะดูดซับแรงกระแทก ทำให้เราต้องออกแรงถีบมากกว่าเดิม เสียพลังงานไป แต่จักรยานกลับไปได้เร็วไม่เท่าตอนใส่รองเท้าปั่นโดยเฉพาะ เราจะได้เปรียบหากใส่รองเท้าปั่น เพราะพื้นรองเท้าแข็ง ๆ ช่วยกด ลาก และยก เวลาที่เราลงน้ำหนักกับบันไดจักรยาน รองเท้าปั่นจักรยานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ “รองเท้าเสือภูเขา” ที่จะออกแนวลำลอง มีร่องเว้าลึกที่ฝ่าเท้า เพื่อให้ยึดติดกับตัวบันไดจักรยาน และจะช่วยให้เดินง่าย อีกประเภทคือ “รองเท้าเสือหมอบ” ซึ่งพื้นรองเท้าจะเรียบ เดินค่อนข้างลำบาก มีพื้นที่ใส่คลีทสำหรับล๊อคกับบันไดเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าหลุดจากบันไดขณะปั่น นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ยางครอบคลีทซึ่งจะช่วยให้เราเดินสะดวกขึ้น ยืดอายุการใช้งานคลีท ไม่ให้สึกง่าย ซึ่งรองเท้าในรุ่นสูง ๆ แบบนี้จะมีปุ่มหมุนเพื่อ ปรับความฟิตหรือผ่อนให้หลวมได้แทบทุกแบรนด์

3. นักปั่นต้องมี แว่นกันแดด

แว่นกันแดดสำหรับการปั่น หากมีติดไว้สักอัน ถือว่าคุ้มมาก เพราะจะช่วยรักษาดวงตาของเราได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน หากปั่นกลางวัน สายตาของ เราจะอยู่กลางแดด ซึ่งมีรังสี UV มาก หากได้รับเยอะ ๆ โรคต้อหรือโรคอื่น ๆ ที่มีรังสี UV เป็นสาเหตุ อาจตามมาในระยะยาว นอกจากกันรังสีจากแดดแล้ว ยังสามารถช่วยกันลม หรือฝุ่นที่มากับลมได้อีกด้วย หากใครที่ออกไปปั่นกลางคืน แว่นตาก็จะช่วยกันแมลง ป้องกันอาการบาดเจ็บรอบดวงตาได้

4. นักปั่นต้องมี หมวก

ความสำคัญของ “หมวกปั่นจักรยาน” อย่างแรกเลยคือ ป้องกันศีรษะกระแทกเวลาที่เราประสบอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุแล้วหมวกมีรอยร้าวหรือรอยแตก ให้เราเปลี่ยนทันที ไม่ควรนำกลับมาใช้ต่อ เพราะโฟมที่รองรับแรงกระแทกด้านในชั้นพลาสติก จะกระจายแรงกระแทกออกไปรอบด้าน ทำให้ครั้งถัดไปจะไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากการใช้งานแล้วเราสามารถถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาล้างทำความสะอาดได้อีกด้วย แต่ไม่ควรตากแดดจัด ๆ เพราะอาจทำให้พลาสติกชั้นนอกกรอบได้

มือใหม่หัดขับ หรือขาปั่นสุดเซียน ที่อยากได้อุปกรณ์การปั่นและเสื้อผ้าใส่ปั่นคูลๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ Velo Supersports ทั้ง 10 สาขาได้แก่สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ / สาขาปอร์โต เดอ ภูเก็ต/ สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต / สาขาซุปเปอร์สปอร์ต แอคทีฟ เมกะบางนา / Zpell รังสิต / สาขาเซ็นทรัลเวสเกต / สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า / เซ็นทรัลพระราม9 / มาเก็ตวิลเลจ หัวหิน / เซนทรัล อุดร

แต่ว่าช้อปออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมงที่ลิงก์ด้านล่างเลยนะ!