getting
dedicated
competitive


การตอบสนองและดีดตัว

การตอบสนองและดีดตัว อาจเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าการส่งแรงกลับ ของรองเท้า ซึ่งหากรองเท้ามีการตอบสนองและดีดตัวสูงมาก ก็ทำให้การสูญเสียพลังงานในจังหวะลงน้ำหนักลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้นักวิ่งจะรู้สึกว่าวิ่งได้เร็วยิ่งขึ้น

การตอบสนองและดีดตัวของรองเท้า จะทำให้รู้สึกคล้าย ๆ มีแรงดีด กลับจากรองเท้าราวกับมีสปริง ซึ่งการจะวิ่งให้เร็วและมีประสิทธิภาพ นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรองเท้าเท่านั้น แต่นักวิ่งจะต้อง มีการก้าวเท้าที่ช่วย ส่งเสริมให้เกิดการส่งแรงดีดกลับได้ดีด้วย

การรองรับแรงกระแทก

การรองรับแรงกระแทกของรองเท้าวิ่งจะช่วยลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการดูดซับแรงกระแทกจากพื้นในจังหวะลงน้ำหนัก

รองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้สูงจะมีความนุ่มและเหมาะแก่การวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ๆ หรือวิ่งในขณะที่คุณกำลังเหนื่อย ทั้งนี้เพราะว่ารองเท้าที่ รับแรงกระแทกได้ดีจะทำให้รู้สึกว่าวิ่งได้ง่ายและสบายกว่า เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่ต้องทำงานมากนัก

รองเท้าที่รองรับแรงกระแทกต่ำ เป็นรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งด้วยความเร็วสูงหรือวิ่งทำเวลา ซึ่งรองเท้าประเภทนี้จะทำให้ในทุกจังหวะที่ลงน้ำหนัก คุณจะได้รับแรงดีดและส่งกลับที่มากกว่า

ความแตกต่างระหว่างการรองรับแรงกระแทกของรองเท้าวิ่งแบบ เฟิร์ม, สมดุล และ นุ่ม

การรองรับแรงกระแทก คุณสมบัติและประโยชน์
เฟิร์ม รองเท้าประเภทนี้มักมีลักษณะที่ไม่หนามากนัก และมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว มีพื้นรองเท้าชั้นกลางที่ค่อนข้างแข็ง และรองรับแรงกระแทกได้น้อยกว่ารองเท้าแบบนุ่ม มักเหมาะสำหรับใส่วิ่งเพื่อทำเวลาหรือความเร็ว
บาลานซ์ รองเท้าประเภทนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 'เฟิร์ม' และ 'นุ่ม' ซึ่งจะให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของความนุ่มและประสิทธิภาพในการวิ่ง มักจะอยู่ในรองเท้าสำหรับใส่ซ้อม และ วิ่งแข่งขัน
นุ่ม รองเท้าที่มีการรองรับแรงกระแทกแบบนุ่ม จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดแรงกระแทก ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักมีความหนากว่ารองเท้าประเภทอื่น ๆ รองเท้าประเภทนี้เหมาะสำหรับการใส่วิ่งระยะไกล, วิ่งมาราธอน และเหมาะสำหรับนักวิ่งในระดับเริ่มต้น

น้ำหนักรองเท้า

น้ำหนักของรองเท้าเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการวิ่งของคุณ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ารองเท้าวิ่งที่น้ำหนักมากจะแย่กว่า และรองเท้าวิ่งที่มีน้ำหนักเบาจะดีกว่าเสมอไป นักวิ่งมือใหม่ควรเลือกรองเท้าที่เข้ากับตัวเองและสวมใส่สบาย

จากการศึกษาพบว่าการลดน้ำหนักของรองเท้าวิ่งลง 100 กรัม มีแนวโน้มให้ประสิทธิภาพในการวิ่งดีขึ้น 1% (เทียบเท่ากับเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร)
* การจัดประเภทต่อไปนี้เทียบจาก รองเท้าผู้ชายไซส์ 9 และรองเท้าผู้หญิงไซส์ 7

น้ำหนักเบา (<250 กรัม)

ข้อดี

  • ความทนทานน้อย
  • ค่อนข้างแข็ง
  • ไม่เหมาะสำหรับนักวิ่งที่มีน้ำหนักมาก

ข้อเสีย

  • คุณแทบไม่รู้สึกถึงรองเท้า
  • ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะสำหรับใส่วิ่งทำเวลาและแข่งขัน

น้ำหนักปานกลาง (250-300 กรัม)

ข้อดี

  • มีความอเนกประสงค์
  • สามารถใช้งานได้ในการวิ่งหลากหลายประเภท

ข้อเสีย

  • ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการวิ่งในระดับสูง

น้ำหนักมาก (>300 กรัม)

ข้อดี

  • ทนทาน
  • มีคุณสมบัติรองรับแรงกระแทกได้ดี
  • เหมาะสำหรับนักวิ่งที่มีน้ำหนักมาก

ข้อเสีย

  • คุณแทบไม่รู้สึกถึงรองเท้า
  • ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะสำหรับใส่วิ่งทำเวลาและแข่งขัน


วิ่งระดับเริ่มต้น

รองเท้าวิ่งเหล่านี้สามารถเข้ากับหลากหลายลักษณะการวิ่ง ซึ่งจะช่วยให้ นักวิ่งมือใหม่เริ่มต้นได้อย่างดีเยี่ยม
และสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับ การพิชิตการวิ่งในระดับสูงขึ้นได้อีกด้วย



วิ่งอย่างสม่ำเสมอ

รองเท้าวิ่งเหล่านี้เหมาะแก่ทั้งการซ้อม, การวิ่งระยะไกล และการวิ่งใน เส้นทางใหม่ ๆ มีความทนทานสูงแม้คุณจะใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีความนุ่มเด้งที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้อย่างมี ประสิทธิภาพ



วิ่งระดับแข่งขัน

รองเท้าวิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณวิ่งได้อย่างรวดเร็ว ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้คุณสามารถทำลายสถิติส่วนตัว
ก้าวข้ามขีดจำกัด และออกแบบมา สำหรับการวิ่งในวันแข่งขัน