พื้นรองเท้าวิ่ง กำลังจะบอกอะไรเรา?

หากเราพลิกรองเท้าวิ่งที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำมาดูพื้นรองเท้า จะเห็นว่าบริเวณส้นรองเท้าผ่านการกรำศึกหนักมาพอสมควร อาจออกมาเป็นผิวเรียบเนียน หรือสไลด์บางลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็เป็นเพราะว่าเราลงน้ำหนักที่บริเวณจุดนั้นมากเป็นพิเศษ หรือนักวิ่งบางท่านอาจจะสังเกตเห็นพื้นรองเท้าลักษณะที่บริเวณอุ้งเท้าอีกหนึ่งจุด อย่างไรก็ตามการที่พื้นรองเท้าเปลี่ยนรูปไปตามลักษณะการวิ่งของเรานั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดแปลกไป ไม่ว่าจะลักษณะใดก็ตาม

จากการสังเกตกลุ่มนักวิ่งทั้งที่วิ่งเอาจริงเอาจังและวิ่งออกกำลังกาย พบว่า 75 – 90% ลงน้ำหนักที่ส้นเท้า ขยายความก็คือส้นเท้าจะเป็นอวัยวะที่แตะพื้นก่อนส่วนอื่น ๆ ของเท้า แต่ก็มีกลุ่มที่วิ่งลงฝ่าเท้า หรือกลุ่มที่วิ่งลงอุ้งเท้าด้านใน ให้อุ้งเท้ารับแรงกระแทก หรือที่เราเรียกว่าการวิ่งแบบเท้าล้มก็มี อย่างไรก็ตามการลงน้ำหนักตัวที่ส้นเท้า ฝ่าเท้า หรืออุ้งเท้าด้านใน ล้วนเป็นปกติทั้งสิ้น


นอกจากความหลากหลายในการลงน้ำหนักแล้ว การดีดตัวสำหรับวิ่งไปข้างหน้า ก็ยังมีให้เห็นได้หลายรูปแบบเช่นกัน นักวิ่งบางท่านอาจจะใช้อุ้งเท้าดีดตัว นักวิ่งบางท่านอาจจะใช้สองนิ้วโป้งเท้าและนิ้วชี้ในการดีดตัว หรือนักวิ่งบางท่านอาจจะใช้นิ้วเท้าทั้ง 5 ช่วยดีดตัว ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกเพราะร่างกายมนุษย์มีความอสมมาตรอยู่แล้ว บางคนถนัดซ้าย บางคนถนัดขวา ขนาดของมือหรือเท้าไม่เท่ากัน ความหลากหลายจึงเป็นเรื่องปกติ

ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยเกี่ยวกับการวิ่งลงน้ำหนักเท้า มีความเห็นว่าอย่างไร?

จากงานวิจัยและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า ไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจน ว่าการที่เราลงน้ำหนักเท้าบริเวณส้นเท้า ฝ่าเท้า หรืออุ้งเท้าด้านในนั้น มันจะมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ หรือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือไม่ วิธีที่จะประเมินความเสี่ยงของการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ คือการทำ “3D Running Analysis” หรือการวิเคราะห์ท่าวิ่งอย่างละเอียด ดูการเคลื่อนที่ของเท้า ความยาวการก้าว กางลงน้ำหนัก การสปริงและดีดตัวไปข้างหน้า ต้องดูหลายเหตุผลประกอบกันไป ถึงจะสามารถหาข้อสรุปที่เป็นปัจเจกสำหรับแต่ละบุคคลได้

เพราะนักวิ่งแต่ละท่านก็มีการลงน้ำหนักในระดับความแรงที่แตกต่างกันไป ใช้กล้ามเนื้อคนละมัด นักวิ่งบางท่านใช้เข่าน้อย นักวิ่งบางท่านใช้เข่ามาก บางท่านสปริงตัวเยอะ บางท่านสปริงตัวน้อย ซึ่งความยากก็คือการหาข้อสรุปตรงนี้นี้เอง เพราะแม้จะมีกลุ่มตัวอย่างเยอะก็จริง แต่สภาพร่างกายของแต่ละคนก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

บทสรุปของพื้นรองเท้าวิ่ง สุดท้ายแล้ว บอกเราว่าอะไร?

บอกสมรรถภาพการทำงานของรองเท้าวิ่ง มากกว่าที่ตัวบุคคล หากพื้นยางเสื่อม เราควรที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าวิ่งใหม่ เพื่อคงประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและยึดเกาะได้ดีเหมือนเดิม ลดปัญหาการเจ็บเข่า หรือข้อเท้า เพราะเราจะใช้ร่างกายมากขึ้นหากรองเท้าไม่สามารถทำงานได้เต็มที่