4 สิ่งที่พูมาช่วยให้โลกงดงามยิ่งขึ้น


  “พูมา” เป็นหนึ่งในบริษัทเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาจากประเทศเยอรมันที่ไม่เพียงแต่ใส่ใจคุณภาพสินค้าและยอดขายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยมีการวางกลยุทธิ์ในการทำแผนพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างชัดเจน โดยเน้นไปที่สภาพแวดล้อมและทรัพยากรบุคคลของบริษัทเป็นพิเศษ เป้าหมายสำคัญคือเพื่อพัฒนาระบบนิเวศและยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น พูมาจึงสร้างแผนพัฒนาของตัวเองขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2015 โดยใช้ชื่อว่า“10FOR20” กล่าวคือ ลงมือทำโจทย์ 10 ข้อที่บริษัทตั้งไว้ให้บรรลุผลสำเร็จภายในปี 2020


   โดยโจทย์ทั้งหมดประกอบไปด้วยการรับผิดชอบต่อสังคม (Social compliance) สร้างข้อผูกมัดระหว่างผู้ที่ได้รับและเสียผลประโยชน์จากการทำธุรกิจของบริษัท (Stakeholder engagement) รักษาระบบการจัดการที่ถูกต้อง (Governance) ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก (Environmental profit and loss) ส่งเสริมสิทธิมนุษย์ชน (Human rights) รักษาสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานขณะปฏิบัติงาน (Health and safety) ลดอุณหภูมิสภาพอากาศ (Climate) ทำทุกขั้นตอนการผลิตให้ปลอดสารเคมี (Chemicals) ใช้วัสดุในการผลิตที่เป็นมิตรและผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม (Materials) และรักษาความสะอาดของน้ำ (Water)


  พูมาบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้เร็วกว่ากำหนดถึง 2 ปี โดนสามารถทำได้ถึง 8 ข้อจากที่ตั้งไว้ทั้งหมด 10 ข้อ ผลงานที่เห็นได้ชัดก็คือวัตถุดิบในการผลิตที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองความปลอดภัยของคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม และการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับสังคม


   • 90% ของหนังและกระดาษที่พูมาเลือกใช้ผ่านการประทับเครื่องหมาย FSC หรือ Forest Stewardship Council นั่นหมายความว่าวัตถุดิบเหล่านั้นผลิตจากไม้ในป่าธรรมชาติหรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างถูกต้องตามหลักการที่นานาชาติยอมรับ และวัสดุที่เป็นเครื่องหนังอยู่ในเกณฑ์การประเมินจาก LWG หรือ Leather Working Group ว่ามีมาตรฐานและผ่านการผลิตจากโรงงานที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากกระดาษที่พูมานำมาทำกล่องรองเท้า เครื่องหนังที่พูมานำมาทำรองเท้าหรือกระเป๋าแล้ว ยังมีกลุ่มเส้นใยที่พูมาตั้งใจเลือกมาทำเครื่องแต่งกายอีกเช่นกัน ผ้าฝ้ายหรือผ้าคอตตอนกว่า 50% ที่ใช้ในการผลิตผ่านการตรวจสอบจาก BCI หรือ Better Cotton Initiation องค์กรที่ดูแลกรรมวิธีการปลูกฝ้ายให้ปลอดสารสารเคมีและมลภาวะ รวมไปถึงความเป็นธรรมของคนงานอีกด้วย 60% ของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่พูมาเลือกใช้มีสัญลักษณ์จาก Bluesign ซึ่งผ่านมาตรฐานการผลิตสิ่งทอที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความปลอดภัยของคนงาน

Puma


Puma

   • พูมาร่วมมือกับบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation) และผู้จัดจำหน่ายรายหลักในประเทศบังกลาเทศร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรเพื่อระดมเงินทุนและหาแนวทางในการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้จัดจำหน่ายในพื้นที่ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต
   • ผู้จัดจำหน่ายรายหลักในประเทศจีนเดินหน้ากระจายประกันสังคมให้ทั่วถึงพนักงานทุกคน และสนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้มีส่วมรวมในการทำงานร่วมกัน
   • พูมาจัดทำเครื่องมือสำหรับวัดผลและให้คะแนนพนักงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นำไปติดตั้งในโรงงาน 188 แห่ง


  จากแผนพัฒนายั่งยืนที่พูมาสร้างขึ้นมา บริษัททำสำเร็จไปแล้ว 90% เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา และตั้งเป้าเพิ่มว่าภายในอีก 2 ปีที่เหลือจะเพิ่มปริมาณการใช้ผ้าฝ้ายและเส้นใยโพลีเอสเตอร์ซึ่งมาจากการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นถึง 90% จุดที่ยังท้าทายพูมาอยู่ก็คือเป้าหมายในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามมาตรฐานของข้อตกลงปารีส และการบำบัดน้ำเสียให้นำมาใช้งานต่อได้
  แม้จะมีอีกหลายประการที่พูมายังต้องการเดินหน้าต่อและดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่พูมาได้ลงมือและทำสำเร็จไปแล้วนั้น มีส่วนเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้โลกของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น