“ทำไมสุขภาพจิตใจจึงสำคัญกว่าสถานะทางการเงิน?”


• หากเปรียบเทียบระหว่างการมีสุขภาพแข็งแรงและความมั่งคั่งทางการเงิน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลและอ๊อกซ์ฟอร์ด
กล่าวว่าการมีสุขภาพที่ดีย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
• ผลการวิจัยปรากฏออกมาว่าผู้ที่ออกกำลังกายจะมีโอกาสอารมณ์ไม่ดีจำนวนวันมากที่สุด 35 วันต่อปี หรือเพียง 1 เดือนนิดๆเท่านั้น และผู้ที่ไม่ออกกำลังกายเลยจะมีโอกาสประสบปัญหาทางวุฒิภาวะอารมณ์อย่างน้อย 18 วันต่อปีหรือมากกว่านั้น นั่นแปลว่าจำนวนเพดานตัวเลขอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้


  นักวิจัยจากสองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังอันดับโลกอย่างเยล (Yale university) และอ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford university) กล่าวอย่างมั่นใจว่าการออกกำลังกายสำคัญกว่าการมีสถานะทางการเงินที่ดี เพราะมีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายและสมรรถภาพทางอารมณ์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน


  งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลด้วยการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาวอเมริกันจำนวน 1.2 ล้านคน โดยกลุ่มคนเหล่านี้จะต้องเลือกทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายอย่างไรก็ได้ภายใน 75 กิจกรรม ตั้งแต่ตัดหญ้า เลี้ยงเด็ก ทำความสะอาดบ้าน ยกน้ำหนัก ปั่นจักรยาน ไปจนถึงวิ่งจ็อกกิ้ง และจะต้องตอบคำถามที่ว่า “คุณรู้สึกไม่สบายใจกี่ครั้งในช่วง 30 วันที่ผ่านมา” เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการวุฒิภาวะทางอารมณ์และการเคลื่อนไหวร่างกาย กลุ่มทดลองทำกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละวัน รู้สึกเครียดหรือกดดันบ้างหรือไม่ พบปัญหาทางด้านอารมณ์อย่างไรบ้างเป็นต้น ผลลัพธ์ออกมาว่า คนที่ทำตัวคล่องแคล่วกระปรี้กระเปร่ามีแนวโน้มที่จะมีความสุขมากกว่า



  หากเราลงลึกไปถึงผลการวิจัยที่เป็นตัวเลข นักวิจัยชี้แจงว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสที่จะรู้สึกแย่เป็นระยะเวลามากที่สุด 35 วันต่อปี ในขณะที่คนที่ไม่ออกกำลังกายจะรู้สึกแย่หรืออารมณ์ไม่ดี 18 วันขึ้นไปเป็นอย่างต่ำหรือมากกว่านั้น นั่นแปลว่าจำนวนเพดานตัวเลขอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้ ยิ่งกว่านั้นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะรู้สึกดีเท่ากับคนที่ไม่ออกกำลังกายและมีรายได้ประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี หรือเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 775,000 บาท นั้นหมายความว่าหากคุณไม่ได้มีรายได้สูงเกือบ 8 แสนบาทต่อปี แต่คุณก็รวยความสุขไม่น้อยไปกว่ากลุ่มคนเหล่านั้นเลย อย่างน้อยการออกกำลังกายเป็นทีมก็ส่งผลดีให้กับสุขภาพจิตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานหรือเต้นแอโรบิค นักวิจัยยังแนะนำอีกว่า


  ระยะเวลาในการเล่นกีฬาและภาวะทางอารมณ์ต้องสัมพันธ์กันแบบรูปตัว “U” หรือ “U-shaped” หมายความว่าการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสมรรถภาพทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาการออกกำลังกายที่ไม่มากจนเกินไป ซึ่งระยะเวลาที่เหมาะสมจากการรายงานผลลัพธ์ทางวิจัยจะอยู่ที่ 30 – 60 นาทีต่อครั้ง ในหนึ่งอาทิตย์ควรออกกำลังกาย 3 – 5 ครั้ง คนที่ออกกำลังกายมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันจะเจ็บปวดทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ อารมณ์แปรปรวนเพราะเหนื่อย หรือใช้งานร่างกายมากเกินไปจนเกิดอาการปวดเมื่อย
  อย่างไรก็ดีการออกกำลังกายทวีคูณผลดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอยู่แล้ว หากแต่ต้องรักษาความสมดุลของเวลาและสมรรถภาพในการออกกำลังของแต่ละคนให้เท่ากัน ไม่ออกกำลังกายมากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไป ซึ่งหากสามารถทำได้คุณก็จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีอย่างแน่นอน