ทำไมการวิ่งจึงทำให้เขียนหนังสือได้ดีขึ้น?


“ด้ามปากกาทรงพลังยิ่งกว่าคมดาบ”

เคยมีคำกล่าวไว้ว่า “ด้ามปากกาทรงพลังยิ่งกว่าคมดาบ” ทั้งนี้ก็เพราะว่าการเขียนหากใช้ให้ดี ก็จะมีอำนาจและทรงพลังยิ่งกว่าการใช้อาวุธหรือกำลังเสียอีก เพราะการเขียนถือเป็นการกลั่นความคิดและความรู้สึกออกมาอย่างสวยงามและสามารถให้ความรู้ หรือกระทั่งโน้มน้าวบุคคลใดๆก็ได้


  สำหรับเหล่านักเขียนแล้วนั้น หากวันใดพวกเขาสามารถจับปากกาเรียบเรียงความคิดของตนเองออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรครบทุกตัวได้ตรงตามความต้องการของสมอง นั่นถือว่าเป็นวันที่พิเศษมากๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วนักเขียนมักจะมีไอเดียเกิดขึ้นอยู่มากมายจนบางทีไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนจากจุดไหนก่อน หรือในทางกลับกันอาจเกิดอาการที่นักเขียนคิดงานไม่ออก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Writer’s block กระนั้นนักเขียนชื่อดังหลายๆท่าน จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปวิ่งเพื่อหาแรงบันดาลใจและเรียกสติกลับมา


  มีหลักฐานว่าการเดินเป็นสิ่งที่ทำให้จุดประกายการเกิดปรัชญาขึ้นมา ไดโอจีนิส ลาเอทิอุส (Diogenes Laërtius) นักชีวประวัติของปรัชญาชาวกรีกกล่าวไว้ว่าคริสซิปปุส (Chrysippus) ได้ฝึกฝนการเดินอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่จะค้นพบลัทธิสโตอิก (Stoicism) นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเข้าใจปรัชญาบนพื้นฐานของความมีวินัย การควบคุมอารมณ์ และความอดทน ยิ่งไปกว่านั้นการเดินยังช่วยให้นักปรัชญามีช่องว่างในการจัดระเบียบความคิดของตนเอง ได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง และทำให้เลือดไหลเวียน นีทเชอ (Nietzhe) กล่าวว่า “ไอเดียที่มีค่ามากที่สุด คือไอเดียที่เกิดขึ้นขณะที่เดิน” รวมไปถึงทอโร (Thoreau) กล่าวว่า “จังหวะที่เขาเริ่มก้าวเท้า เป็นจังหวะเดียวกับความคิดของเขาเริ่มทำงาน” หากยกตัวอย่างนักเขียนในปัจจุบัน เราจะว่าพบมีหลายคนมากที่เขียนหนังสือเป็นอาชีพและวิ่งเป็นงานอดิเรก ในฐานะนักวิ่ง หน้าที่ของเขาคือตื่นขึ้นมาวิ่งทุกวันตอนเช้าและในฐานะนักเขียน หน้าที่ของเขาคือผลิตงานเขียนออกมาให้คนได้อ่าน แต่สิ่งที่กั้นอยู่ระหว่างการเขียนกับการวิ่ง คือความอดทนและความกล้าที่จะยกระดับให้งานอดิเรกเปลี่ยนมาเป็นอาชีพอย่างจริงจัง


  ยกตัวอย่างนักเขียนในปัจจุบันอย่างไรอัน ฮอลิเดย์ (Ryan Holiday) ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเขียนหนังสือหลายเล่ม เช่น The Obstacle is the way และ Ego is the enemy ได้เขียนบทความแชร์ประสบการณ์ว่าขณะที่เขาวิ่งอยู่นั้นเขาสามารถนึกเรื่องที่จะเขียนออกได้มากมาย มีวิธีการเรียงคำและประโยคที่ดีกว่าขณะที่นั่งคิดงานอยู่นิ่งๆในห้องและไอเดียที่กลั่นออกมาขณะนั้นเป็นแก่นความคิดจริงๆ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murkami) เป็นนักเขียนนวนิยายที่ให้ความสำคัญกับการวิ่งมาก จนเขียนหนังสือเกี่ยวกับการวิ่งออกมา ชื่อว่า What I talk About When I Talk About Running เขาได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่าเขาไม่สามารถเขียนหนังสือได้ดีขนาดนี้ หากเขาไม่พยายามหาเวลาไปวิ่งอยู่บ่อยๆ มัลคอล์ม แกลดเวล (Malcolm Gladwell) นักเขียนสัญชาติอังกฤษที่เป็นนักวิ่งตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ในชั้นประถมจนถึงทุกวันนี้ ทิม เฟอรร์ริส (Tim Ferris) ที่เสพติดการออกไปวิ่งทุกๆเช้า


  การวิ่งเปรียบเสมือนการเหลาดินสอของนักเขียนให้แหลมคมอยู่เสมอ เมื่อพวกเขานั่งเขียน นั่งเรียบเรียงความคิดไปนานๆ ย่อมเกิดจุดสิ้นสุดของไอเดีย ดินสอที่ใช้ก็เริ่มทื่อ การออกมาวิ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการจดจ่ออยู่กับอะไรเป็นเวลานานๆและเป็นโอกาสที่นักเขียนจะได้เคลียร์พื้นที่ในหัวสมองของตนเอง พร้อมรับข้อมูลใหม่ๆเพื่อที่จะส่งต่อให้กับผู้อ่านต่อไป เราสามารถสะท้อนการวิ่งให้เป็นเหมือนบทเรียนอย่างหนึ่งของชีวิตได้ ขณะวิ่งเราต้องมีสมาธิ ต้องกำหนดระยะทางและความเร็วในการวิ่ง การใช้ชีวิตของตัวเราเองก็เช่นกัน หากเรามีไลฟ์สไตล์แบบเร่งรีบในทุกๆวันเราก็อาจจะมองข้ามสิ่งดีๆที่อยู่รอบตัวเราไปได้ หรือหากเราใช้ชีวิตที่ช้าจนเกินไป ขาดความแอ็คทีฟเราก็อาจจะพลาดโอกาสดีๆหลายอย่างในชีวิตไปได้เช่นกัน