วิธีการเลือกไม้กอล์ฟให้เหมาะกับคุณ



นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติอย่างทิศทางลมหรือสภาพพื้นผิวแล้ว การเลือกไม้กอล์ฟที่เหมาะกับผู้เล่นก็นับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถตีกอล์ฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ



  ผู้เล่นต้องมีความคุ้นเคยกับไม้พอสมควร และควรเลือกไม้ที่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ แม้กระทั่งการตีบนหญ้าที่มีความหนามากๆ บนพื้นทราย หรือบนพื้นแข็งธรรมดา ต่างก็อาศัยไม้กอล์ฟที่ต่างกันออกไปตามระดับความมืออาชีพของผู้เล่น
  โดยปกติแล้วไม้กอล์ฟมีทั้งหมด 14 ประเภทที่ใช้ทั้งแข่งขันจริงๆและสำหรับมือสมัครเล่น ได้แก่ 3 หัวไม้ 10 เหล็ก และพัตเตอร์ สำหรับมือใหม่ที่ยังไดร์ฟไม่เก่ง หรือเพิ่งเริ่มออกรอบครั้งแรกไม้ที่จำเป็นในการฝึกฝนคือหัวไม้สองเบอร์แรก หรือทดลองไม้เหล็กอย่างน้อย 3 - 4 เบอร์ ถึงไล่เลเวลไปพัตเตอร์เป็นลำดับสุดท้าย

ADIDAS Ultraboost รองเท้าวิ่งผู้หญิง

  มือสมัครเล่นต้องเน้นการตีลูกให้ไกล ต่อมาจึงฝึกการควบคุมทิศทางลูกและความแม่นยำทีหลัง หากต้องการตีลูกให้ไกล ก้านกราไฟท์จะให้ระยะทางไกลกว่าก้านเหล็ก เพราะมีน้ำหนักเบากว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงขึ้น หากจะเทียบก้านกราไฟท์และไม้เหล็ก จะต้องเป็นไม้เหล็กที่มีน้ำหนักเบา

   การเลือกหัวไม้กอล์ฟ

  มือสมัครเล่นที่ยังตีไม่แม่น โดนตรงกลางบ้าง โดนส่วนท้ายบ้าง ต้องเลือกหัวไม้กอล์ฟที่มีหน้ากว้างเล็กน้อย เพื่อที่เวลาเราตี จะโดนตรงกลางของหัวไม้ การเลือกหัวเหล็กถ้าหนักไป เราอาจจะตีต่ำลง หรือหากเบาไปก็สามารถทำให้วงสวิงไม่นิ่ง เมื่อ
ผู้เล่นลองสวิงต้องมีความรู้สึกว่าหัวไม้มีน้ำหนักเล็กน้อยไม่เบาไปหรือหนักจนเกินไป



   วิธีการเลือกไม้กอล์ฟให้เหมาะที่สุด

1. เริ่มจากระยะห่างระหว่างผู้เล่นและวัตถุใกล้ที่สุด เลือกไม้น้ำหนักเบาที่สุด ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักไปเรื่อยๆตามลำดับ
2. จำไว้ว่าเราจะหาระยะทางที่ลูกกอล์ฟลอยอยู่ในอากาศ ดังนั้นต้องกะระยะที่ลูกลงหลุม เลยหลุม หรือตกพื้นก่อนถึงหลุม ไม่นับรวมลูกกระดอนหลังจากที่ลูกตกสู่พื้นแล้ว
3. ทดลองกับไม้ต่อๆไปในกระเป๋า
4. พยายามจับความรู้สึกขณะตี
5. เลือกไม้ที่ถนัดที่สุด

  ไม้ที่ใช้งานดีที่สุด คือไม้ที่ผู้เล่นจับแล้วสบายมือที่สุด ความยาวของก้านที่พอดีจะอยู่ที่ 43 – 46 นิ้ว หากสั้นไปผู้เล่นยังสามารถก้มตัวลงมาได้ หากยาวเกินไปจะวาดวงสวิงลำบาก หากท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาไม้กอล์อฟคุณภาพดี เรามีไม้กอล์ฟคุณภาพสูงจากหลายฟังก์ชั่น ยี่ห้อ และราคามาให้ท่านผู้อ่านได้เลือกสรร ดังนี้


Titleist Vokey Design Spin Milled 7 (Grind S, LB 56.10) Wedges

   การเจียรไม้แบบ S Grind เพื่อให้ผู้เล่นออกแบบท่าเล่นได้หลากหลายเมื่อตีลูกหน้าไม้ เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เล่นควบคุมลูกได้ ให้ความสม่ำเสมอ และสร้างสปินได้
ถูกออกแบบมาให้มีจุดศูนย์ถ่วงไล่ระดับให้มีตำแหน่งที่เหมาะสมในทุกองศาหน้าไม้ให้ควบคุมลูกดีขึ้น


Titleist 818 H1 (Flex S, RH/LH 23) Hybrid/Utility

   ไม้สำหรับทำคะแนน เน้นส่งลูกระยะไกลออกแบบมาให้ผู้เล่นปรับวิถีลูกและลักษณะช็อตตามความต้องการเหมาะกับผู้เล่นที่ตีลูกแบบกวาด ถ้าเปรียบเทียบไม้ไฮบริดรุ่นนี้และรุ่นก่อน รุ่นนี้จะชดเชยความผิดพลาดมากกว่าให้ความเสถียรมากกว่า และส่งลูกเร็วกว่า


Titleist TS2 (Flex S, RH/LH 15) Fairway

  TS2 มาจากเทคโนโลยี Speed Chassis มีคุณสมบัติส่งลูกให้สูงและเร็วจากการพัฒนาโครงสร้างไดร์ฟเวอร์แบบใหม่ ลดแรงต้านกว่า 20% เพิ่มความเร็วหัวไม้ หน้าไม้บางลงกว่าเดิม ฝาไม้ทำจากไททาเนียมแบบพิเศษเพื่อไล่น้ำหนักของไม้ให้กองต่ำและลึกขึ้น ส่งผลให้ตีได้ไกลขึ้น ดีไซน์ไม้ทันสมัย มอบมุมเหินสูง สปินต่ำ


Titleist TS3 (Flex S, RH/LH 15) Fairway

  TS3 ต่างจาก TS2 ตรงที่เน้นให้ลูกทะยานแบบเร็วและไกล ออกแบบให้ปรับแต่งสวีทสป็อตได้เพื่อความเร็วในการส่งลูก เพิ่มความบางของหน้าฝาด้านบนและหน้าไม้เพื่อออกแบบตำแหน่งจุด CG ให้อยู่ต่ำที่สุดสำหรับส่งลูกมุมเหินปานกลาง สปินต่ำ