“เรื่องเล่าเคล้าแรงบันดาลใจที่จะทำให้คุณเปลี่ยนมุมมอง
ต่ออายุและความฝัน”



• เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ไดอาน่า ไนแอดพับความฝันวัยเด็กของเธอไว้อยู่อย่างนั้น จนเมื่อเธออายุ 64 เธอได้ทำมันสำเร็จจริงๆ นั่นเป็นเพราะเพียงแค่เธอปรับความคิด และลงมือทำมันอย่างจริงจัง


  “ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ คุณก็ไม่แพ้” วลีสั้นๆที่อาจถูกมองเป็นถ้อยคำในอุดมคติ และอาจไม่สามารถทำได้จริง แต่ หากคุณได้อ่านเรื่องราวของสตรีผู้ที่ไม่ก้มหัวให้ต่อโชคชะตาและความหวาดกลัว คุณอาจเปลี่ยนความคิดนั้นใหม่! และกลับมามีความเชื่ออย่างเต็มที่ว่า ไม่ว่าคุณจะเพศใด เชื้อชาติไหน อายุเท่าไร และมีความฝันอะไร หากคุณไม่ยอมแพ้ คุณก็จะไม่แพ้


  ไดอาน่า ไนแอด (Diana Nyad) นักว่ายน้ำระยะไกลสัญชาติอเมริกัน นักข่าว และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ได้เล่าประสบการณ์ของตนเองผ่านรายการเท็ดทอล์ค ซึ่งทอล์คของเธอมีชื่อว่า “Never, ever give up” แปลเป็นภาษาไทยก็คือ “อย่ายอมแพ้” นั่นเอง ตั้งแต่ตอนที่เธอเป็นวัยรุ่นช่วงอายุ 20 ปี เธอใฝ่ฝันที่จะลงแข่งว่ายน้ำข้ามประเทศ และเธอเองผ่านเข้าร่วมการแข่งขันนี้มาแล้วกว่า 4 ครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เวลาเดินไปเรื่อยๆจนถึงปีที่เธอก้าวเข้าสู่วัย 64 เธอไม่สามารถเลิกนึกถึงความฝันนี้ของเธอได้ เธอจึงเลือกที่จะเอาความฝันวัยเด็กของตนเองมาปัดฝุ่น และจริงจังกับมันอีกครั้งในครึ่งหลังของชีวิต เพราะเธอคิดว่าเธออาจเหลือเวลาอีกไม่มากนัก เธอเปรียบเส้นทางชีวิตของคนเราเป็นเสมือนกับถนนที่มีเพียงแค่ทางสำหรับตรงไปข้างหน้า ไม่มีการย้อนกลับ เพราะชีวิตคนเรามีเพียงชีวิตเดียว แรงบันดาลใจสำคัญของเธอขณะนั้นก็คือคำพูดชวนคิดของธีโอดอร์ รูสเวลต์ (Theodore Roosevelt) อดีตประธานาธีบดีของสหรัฐอเมริกา ธีโอดอร์แบ่งคนออกเป็น 2 ประเภทได้แก่คนที่คอยวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นแต่ไม่ลงมือทำอะไร กับคนที่กล้าใช้ชีวิตและลงมือทำสิ่งต่างๆอย่างกล้าหาญ


  ไดอาน่าตั้งใจที่จะลงแข่งขันว่ายน้ำข้ามประเทศ พร้อมกับคณะเดินทางกว่า 30 คน ที่คอยให้กำลังใจอยู่บนเรือ บุคคลภายนอกต่างมองว่าไม่มีทางที่เธอจะว่ายน้ำจากประเทศคิวบาไปขึ้นที่หาดฟลอริด้าได้ แต่เพื่อนสนิทของเธอที่ชื่อบอนนี่ สโตล์ (Bonnie Stoll) มีความมั่นใจในตัวของเธอสูงมาก บอนนี่ให้คำสัญญากับไดอาน่าว่าถ้าหากเธอจะลงแข่งขัน บอนนี่จะร่วมเดินทางไปกับเธอ และจะไปยืนรอเธออยู่ที่เส้นชัย ระยะทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย เธอต้องว่ายน้ำอยู่ในความมืดเพียงคนเดียว ห้ามใช้ไฟ เพราะจะเป็นการเรียกความสนใจจากแมงกะพรุนกล่อง สัตว์ที่อันตรายที่สุดในมหาสมุทร และเธอเองก็ไม่ได้ใช้กรงป้องกันปลาฉลามอีกด้วย นอกจากสัตว์น้ำที่ดุร้าย การว่ายน้ำในมหาสมุทรเปิดก็ย่อมต้องระวังกระแสน้ำและน้ำวนอีกด้วย หลังจาก 50 ชั่วโมงแรก เธอเริ่มอาเจียน หน้ากากที่กันหนวดแพงกะพรุนทำให้เธอว่ายน้ำยากขึ้น และทำให้ปากเธอถลอกเป็นแผล เกิดภาวะตัวเย็น เธอน้ำหนักลง เพราะสูญเสียพลังงานจากการว่ายน้ำนานๆ หลายครั้งที่เธอหลุดเข้าไปในห้วงความคิด นอกจากบทสนทนาที่เธอคอยให้กำลังใจตนเอง บอนนี่ก็เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เธอดึงแรงเฮือกสุดท้ายออกมาใช้


  ความคิดที่เธอมีต่อการแข่งขันในช่วงที่เธออายุ 20 และ 64 นั่นแตกต่างกัน เมื่อตอนที่เธอยังเด็กเธออาจต้องการแค่เพียงเอาชนะ ในวัย 64 ความคิดนี้ก็ยังคงอยู่ แต่เธอมองว่ามันเป็นเรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา ความอดทน และความสม่ำเสมอในการฝึกซ้อม แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จในการแข่งขันรอบนี้อย่างสวยงาม แต่รางวัลก็มิอาจเทียบได้กับการที่เธอได้ปลูกฝังวินัยที่ดีให้กับตนเอง เธอกล่าวว่ามีอยู่ 3 ข้อที่เธอได้ให้สัมภาษณ์หลังจากขึ้นฝั่ง คือ
 1.อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค
 2.เราสามารถวิ่งตามความฝันได้ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่หรือเพศใดก็ตาม ไม่มีคำว่าแก่เกินไป
 3.ทีมสำคัญเสมอ ทุกๆความสำเร็จย่อมมีบุคคลที่คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง

หลังจากการแข่งขันว่ายน้ำสิ้นสุดลง เธอได้รับเกียรติให้เป็นนักพูด เยี่ยมห้องทำงานของบารัค โอบามา (Barack Obama) นั่งคุยกับโอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) และเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ชื่อดัง ซึ่งเธอภูมิใจกับสิ่งเหล่านี้มากและต้องการแสดงให้เห็นว่าสาเหตุที่เธอประสบความสำเร็จในการทำตามความฝันได้ในที่สุดก็ เพราะความกล้าหาญ และความไม่ยอมแพ้ของเธอ ซึ่งความสำเร็จนี้จะเป็นสิ่งที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล


“ความเจ็บปวดชั่วครู่ก็หายไป ความภูมิใจอยู่ชั่วนิจนิรันดร์”